[เก็บมาฝาก] ภาพที่ดูแล้วขอร้อง "เฮ้ย!" 
posted on 03 Jul 2009 21:48 by enamtan in Article
พอทราบข่าวร้ายในช่วงเที่ยงของวันนี้ สีฯก็เกิดหมดอารมณ์ทำงานเสียดื้อๆ
และเกิดอยากเจอหน้าเพื่อนฝูงขึ้นกะทันหัน
ไหนๆพรุ่งนี้ต้องไปทริปยาวสามวัน ขอพักจากสิ่งที่"ต้องทำ" ไว้เสียบ้างก็แล้วกัน
เลยนัดคุณเฟียร์ คุณเดียร์ คุณเบนซ์ และคุณหลีไว้พร้อมหน้า
นัดกันไว้ซะเย็น แต่ไปถึงช่วงบ่ายๆ เราเลยไปเดินดูหนังสือทีคิโนะกัน
และสิ่งที่สะดุดตาสีฯมากๆคือหนังสือของช่างภาพท่านนี้
ภาพทั้งหมด นำมาจากเวบไซต์ http://www.liweiart.com/ ค่ะ

จริงๆแล้วภาพที่เห็นเป็นปกหน้าไม่ใช่ภาพนี้หรอกนะคะ( รูปนี้เป็นปกหลัง)
สีฯก็อ่านชื่อหนังสือไม่ออกเลยเซิร์จไม่เจอว่ามันควร จะเป็นเล่มไหน
แต่ภาพปกจริงๆคือรูปนี้

"Freedegree over 25th story" ปี 2004
เห็นปกปุป คำถามแรกที่ผุดขึ้นมา..."แม่งถ่ายยังไงวะ"
ในตอนนั้นยังไม่รู้คำตอบ แต่พอกลับมาถึงบ้านมันก็ยังคาใจจนลองเซิร์จชื่อเจ้าข องผลงาน
ซึ่งก็คือ "Li Wei" เพื่อหาข้อมูลสักหน่อย
เทคนิคและวิธีการในบทความที่อ้างอิงเกี่ยวกับงานของเ ขาไม่ได้มีข้อเฉลยๆใดๆมากนัก
สิ่งที่ได้รู้จากบทความมีเพียงแค่งานของเขา ไม่ใช่การตัดต่อ
แต่เป็นการใช้ Prob และความสามาถพิเศษในการทรงตัว
โอโฮแฮะ...ทำไปได้ และที่สำคัญกว่า คือคิดไปได้...
งานของเขานอกจากอึ้งในไอเดีย และความพยายามแล้ว
สีฯยังคิดว่าัเขาเป็นช่างภาพที่ไอเดียกวนทรีนที่สุดค นหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมาเลยค่ะ - -"
กวนยังไงไปดูกัน
ยกภาพตัวอย่างจากบางส่วนมาให้ดูกัน
ที่เหลือไปดูจาก http://www.liweiart.com/ เลยค่ะ
:: งานปี 2000 ::

"Mirror"

"Mirror"
เทคนิคก็อย่างที่เห็นอะค่ะ - -"(คิดได้นะ)
:: งานปี 2002 ::

"Liwei falls to the Earth"
เทคนิคไม่ทราบได้ แต่ถ้าไม่ตัดต่อก็คงมุดลงไปยังงั้นจริงๆอะนะ
:: งานปี 2003 ::

"29 levels of freedom"

"29 levels of freedom"
เทคนิคก็ไม่เปิดเผยอีกเช่นกัน(หรือถ้าจะเปิดเผยก็มีใ นอาร์ตบุคซึ่งเป็นภาษาจีน)
รู้แต่ดูภาพต่อกันแล้วอยากร้องว่า "สมควร!"
ภาพนี้มีชื่อเซ็ตว่า "Fall" ค่ะ เป็นเซตร่วงลงตึกทั้งชุด
:: งานปี 2003 ::

"Dream-Like Love"
เป็นซีรี่ยส์ที่สีฯชอบม้ากกกก ที่สุดละ ขออนญาติแปลไทยว่า "รักดั่งฝัน"
พี่คะ พี่ฝันอยากจะทำอย่างในนี้จริงๆใช่มะ
ที่เหลือต้องดูเอง เดี๋ยวจะติดเรทเกิน ฮ่าๆ
งานช่วงปีแรกๆ 2000 - 2003 ดูแล้วจะออกไปที่ความกวนฉายเดี่ยว เทคนิคเรียบๆแค่แบบว่าคิดได้ไง
ลงทุน(ในแง่ความลำบากลำบน)มากหน่อยก็เห็นเอาหัวปัก(ป ักยังไงก็ไม่ทราบเช่นกัน)
หรือยอมโดนเหวี่ยง อย่างในปี 2004

"Love at the high place 1"
รักจะอยู่ในที่สูง เอร้ย
พอมาปี 2005 เริ่มรู้สึกว่า ลงทุนและ...เอ้อ บ้าขึ้น

"A pause for humanity 1" ปี 2005
คือพี่ไม่ได้ตัดต่อ ก็คงต้องผูกตัวเองกับตึกจริงๆสินะคะ - -a...
แต่พอหลังจากช่วงปีนั้นมาก็เริ่มเน้นที่ความอื้อหืออ ้าหา และเอฟเฟกต์คนหมู่มาก
สำหรับสีฯรู้สึกไม่ค่อยปิ๊งในไอเดียมากเท่างานช่วงปี แรกๆ แต่ชอบตรงความพยายามนี่แหละ

"Never Say Failure 1" ในปี 2007

"Life at the high place 4 " ในปี 2008

"Balloons 1" ในปี 2009
เห็นหลายๆรูปแล้วก็รู้สึกแบบว่า ไม่ตัดต่อจริงๆเหรอวะ!?
*** Update พอไปลองคุ้ยๆดูแล้วก็ได้รู้ว่าภาพมีการรีทัช ลบพวกเชือกสลิงออกไปค่ะ
การใช้คำว่า "ตัดต่อ" คงไม่ค่อยครอบคลุมนัก เพราะจากบทความภาษาอังกฤษ
คงจะตั้งใจหมายถึงว่า ไม่ได้ใช้เทคนิคคอมพิวเตอร์ซับซ้อน ถ่ายภาพหัวอีกที่ แล้วเอาฉากมาใส่อีกที่
แต่เป็นผู้ถ่ายที่ลงทุนลงแรงยกตัวเองขึ้นไปกลางอากาศ จริงๆถึงจะทำได้
ดังนั้นจะเรียกว่า "ตัดต่อ" ก็อาจไม่ผิดนักค่ะ แต่สำหรับสีฯ แค่การลบเชือกสลิงออกไป
มันก็ไม่ทำให้งานนั้นมันมีค่าเหมือนการเอารูปมาซ้อนก ันธรรมดาๆหรอกเนาะ
***
เป็นช่างภาพที่อารมณ์ขันเหลือร้ายและกวนทรีนได้แสบสั นต์จริงๆ
ใครที่สนใจอยากได้อาร์ตบุคของเขา ที่คิโนะก็มีขายนะคะ ภาพแบบนี้บนหน้าปกก็น่าจะจำง่าย
และก็มีชื่อ Li Wei ตัวเป้งๆบนปก
:: งานอื่นๆ ::
นอกจากภาพถ่ายแล้วคุณ Li Wei ก็ยังมีงานที่เป็นภาพเคลื่อนไหวด้วยนะคะ
ขออนุญาตไม่นำมาลงในบลอค
แต่ถ้าใครอยากชมไปที่ http://www.liweiart.com/english/works_video.htm โลดเลยค่ะ
ดูแล้วแบบว่า อื้อหือ อ้าหา พอกัน
สุดท้ายก่อนจาก ขอจบด้วยภาพที่สีฯชอบที่สุดละ

"Dream-Like Love" ปี 2004
กะ

เอ้าแรว้งงงงง
จากนี้ขอลาสามวันไปทริปทัวร์ปราสาทหินนะคะ แล้วจะเก็บภาพมาฝาก
เจ๊อกั๋นค่ะ
Share this
l
l
l







เห้ย...
คิดและทำได้ไงฟระ !!!
#1 By อินี่มันรั่ว อินี่มั่นบ้า on 2009-07-03 22:48