[Photo] เยือนพนมรุ้ง

posted on 08 Jul 2009 08:17 by enamtan  in Photo, Trip

อย่างที่วันก่อนๆเคยอัพรูปไปให้ดู

วันเสาร์ที่ผ่านมาสีฯไปตามรอยอารยธรรมขอมมาค่ะ

ผ่านไปหลักๆสี่จังหวัดคือ บุรีรัมย์ - สุรินทร์ - ศรีสะเกษ - โคราช เดินทางด้วยรถตู้

ทริปนี้เดินทางได้ตรงคอนเซป ไม่วอกแว่กดี 3 วันเจอแต่ปราสาท ปราสาท และปราสาท

 

รวมทั้งสิ้น 10 ปราสาทถ้วน

อันได้แก่ ปราสาิทหินพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์

ปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์

ปรสาทศรีขรภูมิ ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทสระกำแพงน้อย จังหวัดศรีสะเกษ

และปิดท้ายด้วยปราสาทหินพิมาย จังหวัดโคราช

 

ม่ะ เดี๋ยวค่อยๆเล่าให้ฟัง

 

หมายเห็ด : ตัดบรรทัดบ่อยหน่อยนะคะ เอนทรีนี้ใส่รูปใหญ่

ถ้าเขียนข้อความยาวติดๆกันมันจะตกกรอบ

 

 

 

 

ตามรอยอารยธรรมขอม

 

 

:: กว่าจะถึงจุดหมาย ::

เปัาหมายแรกของทริปคือปราสาทหินพนมรุ้ง กรุงเทพ - บุรีรัมย์มันก็ไกลใช่เล่น

เริ่มเดินทาง 6 โมงสิบห้า รถจอดอีกทีก็เที่ยง...เพื่อทานข้าว เอาไงล่ะ

เส้นทางขาออกรถติดใช่จะน้อย คาดว่าเป็นเพราะหยุดยาว ยิ่งถ้าผ่านไปแถววัดหลวงพ่อโต

และช่วงเส้นเลียบลำตะคองนี่อย่าให้เซด แถมคณะที่ไปคราวนี้มีพ่วงรถบัสมาด้วยอีกหนึ่งคันบะเริ่ม

 

เวลา 6 ชั่วโมงจากกรุงถึงบุรีรัมย์ก็ติดเพราะเหตุฉะนี้นี่แหละ


ง่อกๆในรถมิมีอะไรจะทำ หนังสือก็เอาไปอ่านอยู่ แต่พกไปแค่เล่มเดียว แ้ล้วก็จบภายในสองชั่วโมง

ก็แล้วจะให้ทำไรต่อละเคอะ นอกจาเสียบหูฟังฟังเพลง แล้วก็มองข้างทางไปสลับกะงีบ

 

แต่ข้างทางก็มองเพลินตานะเออ

หน้าฝนยังงี้ ออกต่างจังหวัด มองไปทางไหนๆก็เห็นแต่ทุ่งนาและชาวนา

พื้นหญ้าแลเขียวสดใสดั่งใช้โฟโต้ชอบ

 

ดำนาดำนา

ส่วนนี่ไว้ช่วยไถนา

เครือญาติของตัวช่วยไถนา

แมงกะไซค์ของคนแถวที่นา

 

Nikon D80

NikonKit 18 - 135 with CPL

Tamron 70 - 300 with skylight

 

รูปแรกถ่ายด้วย Kit รูปหลังๆ Tamron เค่อะ

ฟ้าครึ้มอยู่เลยถ่ายไม่ติดฟ้า

ว่าไป ช่วงท้ายๆของเลนส์นี่ใช้ยากจริงเนาะ มันฟุ้งๆ

 

เวลาต้องเดินทางไกลๆ จริงๆมองข้่างทาง สังเกตโน่นสังเกตนี่ไปเรื่อยก็ไม่เลวนะคะ

เป็นการทำให้เรา้ต้องนั่งนิ่งๆ และใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง นั่งทบทวนสิ่งต่างๆได้ดีทีเดียว 

 

:: ว่าด้วยปราสาท ::

ก่อนจะเริ่มตามทัวร์ มาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนดีกว่า

"ปราสาท" ที่จะไปดูๆกันครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงราชมณเฑียรซึ่งเป็นทีประทับของกษัติรย์

ราชมณเทียรเหล่านั้นจะสร้างด้วยไม้ แต่ปราสาทจะสร้างด้วยอิฐ หินทราย หรือศิลาแลง

 

ปราสาท หรือ เทวาลัย(เรียกกันในอินเดีย)

จึงนับเป็นที่สิงสถิตของเทพยดา สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ซึ่งปราสาทขอม ก็จะสร้างโดยยึดคติของพราหมณ์ฮินดู หรือพระพุทธศาสนานิกายมหายานเป็นหลัก

 

:: ความสำคัญ ::

ถ้าเป็นในยุคนั้นก็ไว้ใชช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เป็นศูนย์กลางความรุ่งเรือง

แล้วบางปราสาทก็ยังใช้เป็น "อโรคยาสถาน" หรือสถานพยาบาล

 

สำหรับยุคอย่างเราๆ ปราสาทเป็นสถาปัตยกรรมที่นอกจากจะยิ่งใหญ่สวยงามแล้วยังสะท้อนอะไรอีกหลายอย่าง

โดยเฉพาะประวัติศาสตร์และความเชื่อ 

ปราสาทถูกสร้างในยุคสมัยใด ก็จะสะท้อนความเชื่อของกษัตริย์ผู้สร้างในสมัยนั้น

รูปแกะสลักหลายส่วนนอกจากจะบอกถึงตำนานความเชื่อต่างๆ

บางครั้งยังมีจารึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์ยุคที่สร้างปราสาทนั้นขึ้นอีกด้วย

 

 

เดี๋ยวจากนี้เราไปดูปราสาทกันเลยดีกว่าเนาะ ข้อความเยอะเดี๋ยวหลับ หุยฮ่า

 

:: ปราสาทหินพนมรุ้ง ::

ตั้งอยู่ที่อำเำภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์

แต่ถ้าไม่เห็นว่ามียอดปราสาทอยู่ด้านหลัง พลอยจะนึกว่าเดินแท่ดๆอยู่สยาม

ดูคนสิเคอะ - -

ปราสาทพนมรุ้งเป็นปราสาทหินทรายสีชมพู(ชมพูยังไงก็ไม่รู้ แต่เขาบอกว่าชมพูน่ะนะ)

เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 น. - 16.00 น.

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 เด็ก 10 ชาวต่างชาติ 30

 

ภาพจากมุมสูง แคปจาก VCD ของกรมศิลปากร

ปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวาสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย (บูชาพระศิวะนั่นเองค่ะ)

เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเป็นเขาไกรลาส ซึ่งเป็นที่ประทับของพระศิวะ

ส่วนเขาที่ตั้งอยู่จริงๆนั้นก็ชื่อเขาพนมรุ้ง เป็นภูเขาไฟที่ดับไปนานแล้ว

หรือมีชื่อเรียกเป็นภาษาเขมรว่า วนํมรุง แปลว่า ภูเขาใหญ่

 

ข้อสันนิษฐานของคำว่า  วนํมรุง นี้ เป็นของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี

สมัยที่พระองค์เสด็จมาทรงศึกษาจารึกเพื่อทำศิลปวิทยานิพนธ์ที่เขาพนมรุ้งแห่งนี้ค่ะ

 

:: ประวัติโดยย่อ ::

 

จากการศึกษาด้วยวิธีการต่างๆ และจากจารึก ก็สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 15 - 17

คิดเป็นสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 3 เริ่มแรกก็ไม่ใหญ่โตนัก ยังเป็นแค่เทวาสถานขนาดย่อมเยา

ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ทรงอุทิศที่ดินและข้าทาสถวายแด่ปราสาทนี้ จึงค่อยทวีความยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

จนในที่สุดตอนพุทธศตวรรณที่ 17 นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิทรปุระ

ที่ปกครองได้สร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้นและได้ทรงบำเพียรพรตเป็นโยคี ณ ปราสาทพนมรุ้ง

นับเป็นยุคที่ทำให้ปราสาทพนมรุ้งยิ่งใหญ่ได้ถึงขนาดนี้

 

ในปราสาทพนมรุ้ง มีภาพสลักเจ้าชายเนรนทราทิตย์จารึกไว้ด้วยค่ะ

แคปมา อีกแล้วเช่นกัน

 

ใช้เวลาสร้างนานเนาะ ไม่ได้เสร็จกันในปีสองปี ถ้าไปดูๆจะเห็นว่าจริงๆก็ยังมีบางส่วนที่สร้างไม่เสร็จ

ปราสาทขอมหลายๆแห่งที่ค้นพบใช่ว่าจะเสร็จสมบูรณ์ไปซะทุกที

หลายแห่งก็สร้างเสร็จเป็นบางส่วน บางครั้งก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเริ่มสร้างทำไม แล้วทำไมถึงหยุดสร้าง

 

เหตุผลที่นักวิชาการพอจะหยิบยกมาถกกันก็คือคงเป็นเรื่องของยุคสมัย

นั่นคือปกติแล้วปราสาทจะสร้างตามความเชื่อของกษัติรย์ในสมัยนั้นๆ ถ้ามีการเปลี่ยนแผ่นดิน

พอความเชื่อไม่ตรงกัน รูปแบบศิลปกรรมก็เปลี่ยน บางครั้งก็เลิกสร้างกันไปเลย

 

อย่างปราสาทพนมรุ้งนี่เองก็เช่นกัน พอเข้าพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ทรงหันมาสนใจพระพุทธศาสนานิกายมหายาน

ปราสาทพนมรุ้งเลยกลายเป็นเทวสถานพุทธศาสนานับแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา

ดังนั้นปราสาทหินพนมรุ้งแห่งนี้ จึงมีศิลปะที่สะท้อนถึงความเชื่อ

ทั้งในศาสนาฮินดู และพุทธศาสนานิกายมหายานอยู่ด้วยกัน

 

รูปสมัยโบร่ำโบราณ นานนม

 

ปราสาทหินพนมรุ้งสมัยก่อนก็เป็นอย่างที่เห็นๆในรูปกรมศิลปากรและผุ้สนับสนุนต้องบูรณะกันอย่างหนักหน่วง

ด้วยวิธี อนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS)

คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง

แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม

 

แล้วจึงขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อปี 2475

 

ฮูย ของเก่าๆรูปเก่าๆมันโทรมแต่ดูขลังดีเนาะ

 

:: คืบคลาน ::

อย่างที่บอก(และเห็นในรูป)ว่าตัวปราสาทตั้งอยู่บนเขา

จะขึ้นไปดูก็ต้องไต่กระได สูงใช่ย่อย ยิ่งคณะเรามากับกลุ่ม สว.(สูงวัย) ก็ค่อยๆกระดืบกันค่ะ

เล็งซ้ายเล็งขวา นอกจากมาทำงานแล้วช่วยดูคุณลุงคุณป้ารอบๆกันด้วย

แอบถ่าย คนละคณะ แต่จูงมือกันน่ารักดี

ค่อยๆไต่ไปอย่างเหนื่อยหอบ

ขึ้นไปได้ไกลหน่อยหนึ่งแล้วก็มองลงมา

เรียกว่าสะพานนาคราชค่ะ

สะพานนี้มีความเชื่อเป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับเทพเจ้า

ตรงจุดกึ่งกลางสะพาน (ที่เห็นมีกรงเหล็กกลมๆล้อมอยู่) เป็นภาพจำหลักรูปดอกบัวแปดกลีบ

มีหินแกะสลักเป็นลายพญานาค

ไต่กระไดกันจนเหนื่อยหอบ ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงบริเวณพลับพลาจนได้

 

:: ค่อยๆเพ่งพิศ ::

หายเหนื่อยหอบจากการไต่เต้า คราวนี้เราก็ต้องมาละเลียดดูความงามกันอย่างเร่งรีบ

(เพราะยังมีกำหนดการต้องไปค่ายทหารกันต่อ)

ที่เห็นด้านหลังนั่นล่ะค่ะพลับพลา มุมนี้ถ่ายติดดอกบัวเป็นโฟร์กราวนด์แบบว่ายอดนิยม

คนเลยต่อคิวถ่ายกันเยอะ พี่คนนี้ก็เล็งเอ๊าเล็งเอา เล็งจนสีฯอยู่รอไม่ได้ละ

เลยถ่ายคนกำลังถ่ายมุมนิยมไปแม่มเลย

  อีกซักรูป (คุณพี่แม่มคงแอบคิดว่าดิฉันโรคจิตแน่ๆ)

 

มาเดินปราสาทกันแบบนี้ก็ค่อยๆใช้เวลาละเลียด ดูรายละเอียดกันไปค่ะ

เห็นของจริงนั้นยิ่งกว่าในรูป น่าทึ่งกับความสามารถของคนสมัยก่อนจริงๆ

ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่มีตอกเหล็กเส้น แต่สร้างสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่กันได้ขนาดนี้

 

ลายสลักที่เสา

หน้าบันศิวนาคราฏ และทับหลังนารายณ์บรรทมสิทธุ์ที่เป็นข่าวครึ่งโครมในสมัยก่อน

หน้าบันนี้มีความหมายถึงการสร้างโลกใหม่

เดี๋ยวข้อมูลเรื่องทับหลัง จะแยกเขียนเล่าที่มาที่ไปให้ฟังอีกเอนทรีนะคะ โชคดีได้ท่านผู้รู้มาเล่าให้ฟัง

เขียนรวมในเอนทรีนี้เดี๋ยวจะหลุดประเด็นกันเปล่าๆ

 

ให้เห็นกันเต็มๆ หลุดแยกออกเป็นหลายท่อน

ปราสาทพนมรุ้งยังมีหน้าบันและทับหลังที่แกะสลักเป็นเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย

โดยเฉพาะเรื่องราวในบทต่างๆของรามเกียรติ์ และตำนานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาฮินดู

 

หน้าบันจำชื่อไม่ได้ แต่ชอบสี

กาลเวลาที่ผ่านไป ดินฟ้าอากาศ ธรรมชาติทำให้สีของหินกลายเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันเลย

ตามระเบียงตามเสา ก็แกะสลักอย่างบรรจง

ซูมหัวพญานาค ฮึ่มแฮ่

 

 

ช่องหน้าต่าง

 

ไอ้พวกนี้มีชื่อเรียกนะคะ แต่ลืมไปแล้ว ไว้หาข้อมูลมาได้แล้วจะมาอีดิท

ชอบตรงส่วนนี้มากเลย โรคจิตเอาแต่ถ่ายช่องหน้าต่างอยู่ไม่เลิกรา

ตะไคร่ มอส และไลเคนที่เกาะอยู่ตามกำแพงอิฐนี้ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

 

เดินเข้าไปด้านในอีกก็จะเห็นระเบียงคดล้อมรอบตัวปราสาทประธาน

ที่นี่แบบว่ามันช่างเย็นสบายนัก ข้างนอกอากาศร้อนๆเดินเข้าด้านในร่มเย็นลมโกรก

เพราะสร้างเป็นช่องลมเอาไว้

รูปนี้ถ่ายจากในระเบียงคดออกมา  ที่เห็นเป็นแนวกำแพงลอดกรอบหน้าต่างก็ระเบียงคดเช่นกัน

ระเบียงคดนั้นสร้างโอบล้อมตัวปราสาทประธาน

คนเยอะ แสงไม่เป็นใจจริงๆ ล่อขาวดำแทนละกัน

ซึ่งในนี้จะเก็บรักษาศิวลึงค์อยู่

เทวสถานที่บูชาพระศิวะ ก็จะมีแท่นศิวลึงค์อยู่ใจกลางปราสาททั้งนั้นค่ะ

โดยจะประทับอยู่บนแท่นโยนี(ซึ่งมีความหมายถึงร่างกายของผู้หญิง)

เวลาทำพิธีกรรมก็ใช้น้ำเทลงบนศิวลึงค์ ไหลลงแท่นโยนี แล้วลงไปที่ท่อโสมสูตร

ซึ่งท่อนี้อาจจะต่อออกไปนอกเทวสถานให้ประชาชนน้ำไปใช้ดื่มกินได้ (เทียบกับพุทธก็ครือๆกับน้ำมนต์)

 

รูปปราสาทขาวดำด้านบน ตรงมุมซ้ายที่เป็นแท่นหินวางราบบนพื้นดิน นั่นล่ะค่ะท่อโสมสูตร

 

เดินๆออกมาดูรอบนอกกันหน่อย

เทวดาผู้อารักขาประตู(นึกถึงฟุตบอล)และนางแบบสุดสวยคุณหน่อง ผู้จัดละครหยกลายเมฆ

เทียบกับรูปขาวดำด้านบน ตรงนี้คือส่วนประตูปราสาท

ที่รูปปั้นเทวดาอารักขาหักเหลือแต่ขาไปแล้ว เกินจะเียียวยา

ส่วนขายีนส์นั่นของพี่ตากล้องเอง มันได้มุมเหมาะพอดิบพอดี

 

เสร็จจากถ่ายภาพปราสาทประธาน เราก็จรลีกันไปที่เป้าหมายถัดไป คือปราสาทเมืองต่ำ 

ซึ่งไว้จะมาเล่าต่อเอนทรีหน้าเน่าะ  ขอไปรวบรวมข้อมูลก่อนจ้า

 

เอารูปมาให้ดูกันชิวๆก่อน

 

หน้าบันของปราสาทเมืองต่ำ

ส่วนนี่ปราสาทตาเมือนธม ที่เวลาเดินดู จะมีีพี่ทหารคอยตามตลอด

ไปๆมาๆเลยกลายเป็นแบบถ่ายรูปคู่กับนักท่องเที่ยวสะงั้นเลย

 

 

จบแค่นี้แล้วกันเน่าะ เอนทรีหน้ามาอัพการ์ตูนเปลี่ยนฟีล

ไว้ตอนต่อไปจะมาในเร็ววันก้ะ

เจ๊อกั๋น

 

Credit : ข้อมูล

ภาพจาก VCD กรมศิลปากร

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง - วิกิพีเดีย

 

 

++++++++++++++++++

เอนทรีพันธมิตร

++++++++++++++++++

บันทึกสั้นๆจาก ชายแดนไทย - กัมพูชา

[Photo] ถ่ายนกที่พิมาย

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าไปเที่ยวมากเลยค่ะ....
ยิ่งดูก็ยิ่งสวยนะคะนี่
+ ได้ความรู้เพิ่มอีกเยอะเลย
โปรยให้ด้วยความเต็มใจเลยค่ะ ~
Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By [N2K@KSpD] on 2009-07-08 16:24

รูปก็สวย แถมได้สาระ cry Hot! Hot!

#2 By [ z i l c h ] on 2009-07-08 16:32

ภาพสวยสีสด ลายละเอียดคมชัดอย่างแรงcry Hot!
เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยค่ะ

#3 By kororo on 2009-07-08 16:38

อูราาา น่าเหนื่อยแทนจริงครับพี่ sad smile



อนึ่ง ชอบ ฮึ่มแฮ่ อะ น่ารักดี

#4 By Zairen_Bibliophobia on 2009-07-08 16:50

ว้าวๆๆๆ
ช่วงนี้อากาศกำลังชื้นๆ
ตระไคร่น้ำเกาะตามรูปแกะสลัก
สวยมากกก...

cry cry cry Hot!

#5 By h|b|b on 2009-07-08 17:18

- พึ่งสะกิดใจว่า งานปั้นพญานาค เฝ้าหน้าประตู หน้าตานี่ .... ดุจริง ๆ นะ ถ้าเป็นเจอกลางคืน คงหัวใจหล่นได้

รู้สึกอิจฉา คนได้ ไปถ่ายรูปนอกสถานที่แบบนี่ จริง ๆ big smile

#6 By InsomIA3 on 2009-07-08 17:56

รูปสวย cry
ชอบทางเดินจังเลยอ่ะ สวยๆๆๆ

เห็นรูปสวยแล้วนั่งนึกว่าเมื่อไหร่จะเก็บตังค์พอซื้อกล้องซักทีว๊า~ confused smile

#7 By pimkung_mcs on 2009-07-08 18:47

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆฮะ ใช้สอบพอดี ฮาา

อ่านของที่ท่านสีฯลงแล้ว เข้าใจมากกว่าหนังสือนะฮะ...(หนังสือมันยาวเวิ่นเว้อได้อีก 555+)

รูปก็งามฮะ แสงสีแจ่มมากๆ

หะหะ ไปบุกป่าฝ่าดงน่าดู...

ค่าแรง 55 ต่อวัน เหมือนจะน้อยไปหน่อยนะฮะ ที่ปราสาทยังคงอยู่ทุกวันนี้ก็ต้องขอบคุณพี่ๆเค้า อืม...

ขอนับถือในจิตอาสาอันล้นเหลือฮะ

รักเมืองไทย 555+

#8 By ตาตี่Rabbit on 2009-07-08 18:49

สวยๆ อยากไปมั่งจัง big smile Hot!

#9 By นักรบ on 2009-07-08 19:37

สวยๆ
บรรยากาศดูฉ่ำๆ ดี

#10 By wesong on 2009-07-08 19:51

ภาพสวยมากเลยคะ

ชอบๆๆๆ

น่าไปเยี่ยมชม

#11 By Tammada on 2009-07-08 20:55

ลวดลายสวยดีนะครับ
ไปดูซักครั้งในชีวิตคงจะดี แต่ถ้าหลายทีนี่ต้องรักจริง

ขบวนเที่ยวแบบคนแก่นี่เข้าใจเลยครับ

#12 By โก๋สิจ๊ะ on 2009-07-08 22:28

มีตั้ง 10 ปราสาทเลยเหรอเนี่ย วู้ววว Hot!

#13 By iDoi* on 2009-07-09 01:06

ว๊าววว

รูปสวยมากๆเลยค่ะ

น่าไปๆ

#14 By mini-teddy on 2009-07-09 05:38

บรรยายได้ละเอียดดี มากเลยค่ะ
ภาพที่เอามาฝากเนี่ยะ สวยทุกภาพเลย นะ
Hot! Hot!

#15 By ta_THINK_nhong on 2009-07-09 10:47

รูปสวยมาก ๆ เลยคับ แถมข้อมูลรายละเอียดแน่นมาก งานแบบนี้ก็ดีนะคับ ได้เที่ยวตลอดเลย confused smile Hot! Hot! Hot!

#16 By เจ้ารินทร์ on 2009-07-09 12:24

รูปงามครับ


ชอบมุมกล้องจัง TT-TT


เห็นแล้วอยากไปมั่งจัง

#17 By *REENNY* on 2009-07-09 14:58

สีสดแสบตาcry

#18 By mammoz on 2009-07-09 15:23

Hot! ได้กลิ่นไอประวัติศาสตร์กรุ่นๆ ลอยมา :)
งดงามครับcry Hot!

#20 By DeathTheKid on 2009-07-09 17:24

cry cry
รูปสวยมากๆ ค่ะคุณสีฯ ..

วันก่อนเพื่อนเพิ่งเอารูปที่ไปปราสาทเมืองต่ำ กับที่นี่มาฝาก แต่คุณสีฯ ถ่ายงามมาก.. ไอ้ที่ว่าเห็นแล้วอยากไป ก็ยิ่งอยากไปเข้าไปกันใหญ่..

Hot!

#21 By แอ้ on 2009-07-09 18:00

เห็นรูปแล้วต้องบอกว่าสวยทุกรูปครับ แต่ละมุมถ่ายมาได้เยี่ยม

Hot!

#22 By หนึ่ง on 2009-07-09 22:08

น่าไปเที่ยวถ่ายรูปจังครับ

รูปแรกโดนใจมาก

ทางนี้สายหนอนยังถูกใจมากๆขอรับ
Hot!

#23 By Krannies on 2009-07-09 23:01

รูปสวยมากค่ะ ได้สาระด้วย double wink

#24 By i c e c u b e on 2009-07-09 23:07

รูปสวยทุกรูปเลย แถมข้อมูลเน้นจรงิๆๆHot! Hot!

#25 By Witch-Maic on 2009-07-10 20:41

ดีๆ

#26 By ดีๆ (124.157.236.229) on 2009-09-22 10:13

ปราสาทพนมรุ้งเคยไปเหยียบมาสามสี่รอบแล้ว - -"

แต่!!!

ไม่เคยเบื่อออ

งามมากกกก

(ไปตอนคนน้อย...สบาย)cry cry

มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมายครับ อิอิ

cry

#27 By I am DangerousFox on 2009-10-11 07:50

ออกเสียงแบบเขมรว่า บาน้ม-รึ่ง

ไม่ได้เจอกันนานคิดถึงจังเล้ยยยย question

เค้าเปิดบล็อกละนะตะเอง

#28 By Lady Foxillia on 2009-10-14 01:59

Share on Facebook

Recommend