[Photo] เดินตามหาขอทาน
posted on 09 Sep 2009 16:19 by enamtan in Photoเมื่อเย็นวานนี้ ดิฉันกับคุณหมีต้องตกระกำลำบากพอดู
(ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อเอนทรี รู้สึกเดินตามหาขอทานพิการ มันตรงจุดประสงค์ของวันมากกว่า)
เราไม่ได้ปะหน้ากันมาพักหนึ่ง ครั้งล่าสุดที่เจอก็เกี่ยวกับเรื่องกล้อง ครั้งนีที่เจอก็ไม่พ้นเรื่องกล้องอีก
ดิฉันขอยืม Nikon 80 - 200 AF ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่า "แม่ข้าวหลามน้อย" (สั้นกว่าตรงไหนวะ) มาถ่ายงานนี้
++++++++++++++++++++++++
วันฝนตก โหมดหน้าที่การงาน
++++++++++++++++++++++++
อย่างที่คงได้เห็นสีฯบ่นไปหลายๆเอนทรี ว่าช่วงนี้ทำหนังสือพิมพ์อยู่
งานนี้ก็เป็นงานมหา'ลัยเช่นกัน สิ่งพิมพ์ชุมชนของเราคราวนี้ได้หัวข้อ "ผู้พิการ"
มีเพื่อนคนหนึ่งจุดประเด็นว่า ภาพลักษณ์ของคนพิการในสังคมไทย ยังคงผูกติดกับคำว่า "ขอทาน"
เราจึงเีขียนถึงประเด็นนี้ด้วย โดยงานนี้สีฯมีหน้าที่ช่วยถ่ายภาพประกอบบทความ
(ส่วนออกมาเป็นยังไงนั้น เดี๋ยวกลับมาเล่าอีกทีเนาะ ตอนเพื่อนไปสัมภาษณ์)
โลเคชันของภาพนี้คือแถบเกาะรัตนโกสินทร์ค่ะ
เราเริ่มต้นจากธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เดินสุดไปที่ ปากคลองตลาด
สองคนแบกกล้องคนละตัว แต่ในขณะที่ดิฉันถ่าย รูปนี้
มันถ่าย รูปนี้
จกรูปจากบลอคคุณหมี
มีความสุขจังนะคะะะะะะะะะ
กล้องนั้นมิใช่เบา และแบกแล้วก็มิใช่ไม่เด่น ตรากตรำกันไม่น้อย
ซ้ำร้าย ไม่ทราบว่าวันนี้นัดกันหยุดหรืออย่างไร เพราะนอกจากพี่คนข้างบนแล้ว เราก็ไม่เจอใครอีกเลย
...ดังนั้นเมื่อไม่อยากให้เสียเที่ยว เราจึงจัดทัวร์กินกัน
รูปชิวๆ สวยๆงามๆ ไปดูได้ที่ บลอคคุณหมี
+++++++++++++++++++++++++++++
วันฝนตก โหมดหน้าที่การงานไม่สำเร็จ(เลยกิน)
+++++++++++++++++++++++++++++
ขอย้อนกลับไปเล่าตอนก่อนมาเจอกันซักนิด
เรานัดกันราวบ่าย 3 กว่าๆ ดิฉันนั่งรอที่ร้าน sweet spell ใกล้ท่าพระจันทร์ จวกเค้กชาเขียวกะโกโก้ไปพลาง
เค้กราคาย่อมเยา รสชาติก็ย่อมเยา แต่โกโก้นั้นราคาน่ารัก รสชาติไม่ธรรมดา
แต่ที่ไม่ธรรมดากว่าคือหนังสือที่ดิฉันกำลังฟัง ฟังเน่าะ ไม่ใช่อ่าน มันคือหนังสือเสียง
เรื่อง Agnes and the hitman
เป็นเรื่องที่นักเขียนโรแม้ง เขียนร่วมกับนักเขียนนิยายแอคชั่น สืบสวน
ผลที่ออกมาคือ เริ่มเรื่อง นางเอกของเราทำคัฟเค้กอยู่ในบ้าน
แล้วอยู่ดีๆก็มีเด็กคนหนึ่งถือปืนมาจ่อหมาของเธอ และพยายามจะลักพาตัวหมา
ไม่ได้ัฟังผิด ลักพาหมา ไม่ไ้ด้ลักพานางเอก
แต่จะลักพาใครก็ตาม นางเอกเธอก็ไม่ยอม และพยายามต่อสู้โจรด้วยกระทะ
แม้ดิฉันจะมีข้อสังเกตว่า มรึงอยู่ในครัว ทำไมไม่ใช้มีด แต่กระทะของนางเอกก็มีประสิทธิภาพดี
ดีมากจนเธอเผลอตัว ฟาดโจรจนมันตกบันไดคอหักตาย
...เดือดร้อนพระเอกที่ต้องมาช่วยเคลียร์ศพ
ซึ่งที่จริงจะเรียกว่าเดือดร้อนคงไม่มากนัก เพราะพี่แกดูจะชินกับเรื่องแบบนี้
...
เอาล่ะ ใครอยากรู้เรื่องต่อ ไปหามาอ่านเอาละกันนะ
จกมาจากบลอคคุณหมีเช่นกัน
ร้านต่อมา เป็นตอนหลังจากถ่ายพี่ๆขอทานด้านบนไปแล้ว
เราเดินเลียบถนนกันต่อ แต่ไม่เจอขอทานใดๆเลย และก็โดนกิเลสในตัวถีบส่งเข้าร้านภริยาทหารเรือ
ดิฉันโดนล่อลวงด้วย เยลลี่ราดวิปครีม หน้าตาดูหน้ากิน แต่รสชาตินั้นน่ากลัว
เยลลี่ไม่ได้เลวร้าย แต่วิปครีมนั้นหวานเกินทน แม้แต่คนบริโภคหวานเป็นอาจินอย่างดิฉันยังทนไม่ได้
วิปครีมต้องหอมมันสิคะ น้ำตาลเก็บไว้ใส่อย่างอื่นเถิด TwT
+++++++++++++++++++++++++++++++
วันฝนตก โหมดกรรมตามทัน (อู้ดีนัก ไงล่ะ)
+++++++++++++++++++++++++++++++
จริงๆแล้วช่วงบ่ายนั้นร้อนถึงร้อนมาก เรายังออกปากตอน ห้าโมงครึ่งว่า "แม่ง แดดยังงี้ห้าโมงครึ่งแน่เหรอวะ"
ขอขอบพระคุณคุณหมี สำหรับการให้ยืมแม่ข้าวหลามน้อย (กล้องดำๆด้านหน้า)
ดิฉันทำใจลงรูปตัวเองไม่ได้ ก็ลงแต่แกไปละกันค่ะ
แสงสวยงามกำลังดีในร้านแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งคุณหมีใช้เป็นโลเคชั่นถ่ายภาพได้อย่างงดงาม
ในขณะที่ดิฉันใช้เป็นที่หลับที่นอน และที่ขโมยเอิร์ลเกรย์เย็นของเพื่อนทาน(มันไม่ซื้อเอง)
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง
คุณหมีขยันถ่าย คุณหมีได้รูปสวย คุณสีฯขยันนอน คุณสีฯเลยได้แขนลายผ้าลูกไม้และความเมื่อยคอไปครอง
(เพราะตอนนอนซบหน้าลงกับโต๊ะ แนบเนื้อกับลายดอก จนจารึกฝากฝังไว้บนท่อนแขน)
เห็นแดดแรงอย่างนี้ ความร้อนและความขี้เกียจก็ทำให้เรานั่งเอ้อระเหยกันต่อ
กว่าจะขยับกายออกมาได้ก็เย็นยำ

แสงทองๆที่ส่องลงมาบนหลังคาวัด(วัดอะไรจำไม่ได้) ในภาพนี้เป็นแสงสุดท้ายที่ได้ถ่าย
มองมุมนี้แล้วก็เครียดแบบแปลกๆ หนึ่งคือมันดูไม่เข้ากันซะเลย
เครียดต่อตรงที่ี่ มันดูไม่เข้า แต่มันดูสมเป็นไทยก็ตรงความไม่เข้านี่แหละ
อีกฝั่งของวัดมองไปทางวัดอรุณก็เหมือนกัน ตึกรามบ้านช่องเป็นแถว กับสถาปัตยกรรมดั้งเดิม
ไม่เข้า...แต่ก็ไทยดี
ส่วนเครียดสุดท้าย...ตายห่า ฝนมาจริงๆแล้วกู
ถัดจากนี้คือภาพบรรยากาศหลังจากเวลาผ่านไปราวเกือบชั่วโมง
ทีแรกนั้นเรามาสุดทางตรงปากคลอง ทำใจกันแล้วว่าคงไม่มีพี่ขอทานมาให้เห็นอีกแน่
คุณหมีเสนอว่าจะกลับแทกซี่ เพราะกลัวฝนจะตกแล้วกล้องจะซวย
เราก็ขึ้นแทกซี่กันแถวปากคลองนี่แหละ แต่นั่งแหงกกันราวสิบชาติรถไม่กระดิก
จริงๆแถบนั้นรถติดเป็นทุนเดิม แต่วันนั้นยังมีกรรมซ้ำเติมตรงที่มีรถเมล์เสียบนสะพาน
-*- เอาเข้าไปดิ
เราจึงลงเดินแล้วกระโดดขึ้นรถเมล์มาลงรถต่อกลับบ้านกันแถวปิ่นเกล้า
รอนานมาก บรรยากาศได้ฟีล ช่วงบ่ายทำตัวหน้าม้านจนไม่มีอะไรจะเสียละเราเลยควักกล้องขึ้นมาถ่ายกันแ่ม่มเลย
เด่นแน่นอนค่ะ กล้องตัวใหญ่มิใช่น้อย แถมฝนก็กระเซ็น
แต่กรูจะถ่าย ใครจะทำไม 55555
พี่สาวเสื้อส้ม และร่มน้ำเงิน
เธอรอรถเมล์คันหนึ่ง ที่กว่านะมาก็นานเหลือ
คุณป้าคนนี้ก็ฝ่าฝนมารออย่างสุดเซ็งเช่นกัน
...
เพื่อที่จะได้ขึ้นรถเมล์กลับ แน่นบ้างอะไรบ้าง...
หึ่ยยยยย ความรู้สึกตอนหลบฝนใต้เพิง รอรถเมล์ในถนนที่รถโคตรติด เพื่อจะขึ้นรถแน่นๆนี่มัน
...
ตรากตรำ งากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
แต่มองในแง่ดี ได้รูปที่ นานๆทีจะได้
และพี่ๆขอทานด้านบนลำบากกว่าเราเยอะ...
...
แต่ก็ยังตรากตรำอยู่ดี โอย สุดจะ หดหู่ เกลียดหน้าฝนตอนเดินทางนี่แหละค่ะ
สุดท้ายก็นักแทกซี่กลับบ้าน เปลืองจริงจริ๊ง...
ส่วนความตรากตรำก็ยังไม่จบสิ้น เพราะงานยังเหลืออยู่
และวงจรตั้งแต่เริ่มเล่ามาตอนต้นของบลอคก็คงต้องเริ่มใหม่ เพราะรูปพี่ๆขอทาน ยังถ่ายไม่พอเลย กร้ากกกก
ไว้คราวหน้ามาตรากตรำกันต่อ คราวนี้ไปล่ะจ้า
(รอบนี้เขียนยาวแฮะ แต่ดราฟมาตั้งแต่เมื่อวานละ 555+)
ปล. รู้สึกว่าไม่ได้เขียนเอนทรีเล่าเรื่องชิวๆ พร้อมภาพถ่ายอย่างนี้มานานละ
++++++++++++++++++
เอนทรีพันธมิตร
++++++++++++++++++
[Photo] อยุธยาหน้าฝน : นอนอืดในโรงแรม
[Photo] มังคุดปราจีนฯ ไม่หล่อแต่เร้าใจ









#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-09-09 21:14