[บทความ] เธอไร้แขนขวา เขาไร้ขาซ้าย 
posted on 11 Sep 2009 11:48 by enamtan in Article
อาจารย์ส่งลิงค์มาให้ เห็นแล้วไฟลุก (ลุกขึ้นมาเขียนงานส่งอะดิ กร้ากกกก)
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของนักบัลเลต์ชาวจีนสองคนนี้มาแล้ว แต่ก็อยากนำมาให้ชมกันอีกครั้งค่ะ แล้วก็เรียบเรียงข้อมูลมาให้ได้อ่านกันด้วย ตามที่ความสามารถที่พึงจะมี
ใครดูแล้วอย่าว่ากันเลยนะคะ 555
หมายเหตุ : เห็นมีหลายคนเข้าใจผิด หม่า ลี กับ ไจ้ เสี่ยวเว่ย ไม่ใช่คนรักกันนะคะ คนรักของหม่า ลี ชื่อว่า หลี่ เต๋า เขาเป็นคนคอยดูแลจัดการเรื่องทุกอย่างให้ อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันนั่นเลย
:: เธอไร้แขนขวา เขาไร้ขาซ้าย ::
รายการ CCTV Dance Competiton เมื่อปี 2007 ต้องพบกับความประหลาดใจครั้งใหญ่ กับคู่เต้นผู้พิการคู่แรกที่เข้าประกวด ซึ่งชนะใจผู้คนได้นับล้าน
"Hand in Hand" เป็นการแสดงที่มีเรื่องราวของผู้ที่ต่อสู้กับความสูญเสีย และการได้มาซึ่งความรัก
:: หญิงสาวผู้ไร้แขนขวา ::
อุบัติเหตุทางรถยนตร์ ได้พลิกชีวิตของหญิงสาวผู้หนึ่งไปตลอดกาล
หม่า ลี(Ma Li) อายุเพียง 19 เืมื่อเธอประสบอุบัติเหตุ เธอคืนสติขึ้นมาท่ามกลางการรอคอยทั้งน้ำตาของคนในครอบครัว เธอยังไม่เข้าใจความโศกเศร้าของพวกได้อย่างถ่องแท้ จนเมื่อความกระหายทำให้เธอนึกเอื้อมมือคว้าแก้วน้ำ เพียงเพื่อทีจะได้รู้ว่าเธอนั้นไม่มีแขนขวาอีกต่อไป
พร้อมกับความจริงก็คือ อุบัติเหตุไม่เพียงพรากแขนขวาไปเท่านั้น ยังพรากความฝันไปจากเธออีกด้วย
ความพยายามเป็นสิบปีทำให้ หม่า ลี กำลังจะได้เป็นนักเต้นอาชีพอย่างที่เธอใฝ่ฝัน หากการสูญเสียแขนขวาไม่สามารถทำให้เธอก้าวคืนสู่เส้นทางเดิมได้อีก หม่า ลี ยอมรับว่า ในช่วงเวลานั้น เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งไหนนั้นยากกว่ากัน ระหว่างการยอมรับว่าตนเองต้องกลายเป็นคนพิการ หรือการยอมรับความจริงว่า ความฝันของเธอ คงต้องกลายเป้นความฝันไปตลอดกาล
"ฉันเคยคิดฆ่าตัวตาย" หม่า ลี ยอมรับ
การเต้นบัลเลต์เป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อน ซึ่งต้องอาศัยการทรงตัวที่ดีเยี่ยมและใช้ร่างกายในการสื่อสารแทนคำพูด หากในช่วงเวลานั้น แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันยังเต็มไปด้วยความยากลำบาก เธอยอมแพ้กับโชคชะตาอยู่ 1 ปีเต็ม ปลีกตัวจากสังคมมาเก็บตัวอยู่ในบ้าน และทุ่มเทความพยายามทั้งหมดในการฝึกใช้แขนซ้ายที่เหลืออยู่ของเธอ
แม้จะเต็มไปด้วยความสับสนและทุกใจ หากความเข้มแข็งในตนเอง และความรักจากคนในครอบครัว ในที่สุดหม่า ลี ก็ปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ ความเป็นผู้หญิงที่รักความสวยงามของเธอ ก็จุดประกายความคิดในการดัดแปลงเสื้อผ้าให้ปกปิดแขนขวาที่หายไป หม่า ลี เริ่มมีแนวคิดการทำธุรกิจดีไซน์เสื้อผ้าที่เหมาะกับผู้หญิงพิการ รวมทั้งเปิดร้านหนังสือเล็กๆของเธอเอง ชีวิตของเธอจึงเริ่มก้าวเดินอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่เส้นทางเดิม แต่ก็ไม่ใช่ทางแห่งความผิดหวังในการสูญเสียอีกต่อไป
จนในที่สุด โอกาสในการกลับคืนสู่ความฝันของเธอก็มาถึง
ในปี 2001 หม่า ลีได้รับการติดต่อจาก Henan Disabled Persons' Federation (HDPF) เพื่อเข้าร่วมประกวดศิลปะการแสดงสำหรับผู้พิการ
"ฉันทั้งประหลาดใจ แล้วก็หดหู่ใจที่จะต้องเปิดเผยด้านที่ไม่สมบูรณ์แบบของฉันต่อหน้าผู้คน"
ในตอนนั้น หม่า ลี เต็มไปด้วยความสับสน เธอไม่แน่ใจเลยว่านักเต้นบัลเลต์ที่ไม่มีแขนขวาจะสามารถหมุนและทรงตัวได้ หากการผลักดันของครอบครัว และโอกาสที่จะเป็นนักเต้นบัลเลต์อีกครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจตอบรับคำเชิญนี้ เพื่อคว้าเอาความฝันของเธอคืนมา
และเธอก็ทำสำเร็จ
"...ฉันประทับใจในความพยายามในการไล่ตามความฝันของผู้พิการใน HDPF และมันทำให้ฉันตัดสินใจก้าวไปตามสิ่งที่ใจฉันปรารถนา..."
"...ฉันได้ค้นพบตัวเองอีกครั้ง"
:: ชายหนุ่มผู้ไร้ขาซ้าย ::
ไจ้ เสี่ยวเว่ย (Zhia Xiaowei) ประสบอุบัติเหตุเมื่ออายุ 4 ขวบ และจำเป็นต้องตัดขาซ้ายเพื่อรักษาชีิวิต เขากล่าว่าในตอนนั้นเขายังเด็กจนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ก่อนที่หมอจะส่งตัวเขาเข้าห้องผ่าัตัดนั้น พ่อของไจ้เข้ามาพูดกับเขาว่า
"ต่อจากนี้ ลูกจะต้องพบกับความเจ็บปวดและความยากลำบากอีกมากนัก เตรียมตัวให้พร้อมเข้าไว้"
"ความเจ็บปวดกับความยากลำบากคืออะไรเหรอครับ มันอร่อยไหม" ไจ้ เสี่ยวเว่ย วัย 4 ขวบ ตอบพ่อของเขาไปเช่นนั้น
ผู้เป็นพ่อหัวเราะทั้งน้ำตา
"ใช่ มันก็เหมือนขนมของโปรดของลูกนั่นล่ะ จำไว้ ต้องค่อยๆกินทีละคำนะลูก"
ไจ้ เสี่ยวเว่ย เิติบโตมากับครอบครัวที่เข้มแข็ง ซึ่งปลูกฝังให้เขามองชีวิตในด้านบวก แม้ผ่านชีวิตวัยเด็กด้วยความสะดวกสบายน้อยกว่าคนอื่น แต่ไจ้ก็ไม่เคยปล่อยให้ความพิการมาเป็นอุปสรรคต่อความฝันของเขา
ทักษะด้านกีฬาและยิมนาสติกของไจ้ เข้าขั้นดีเยี่ยม เขาเข้ารับการฝึกฝน และครูฝึกของเขาก็เคยกล่าวว่าความสามารถของเขามีหวังจะได้เข้าแข่งโอลิมปิก ทว่าวันหนึ่งในปี 2005 อนาคตของไจ้ของมีเส้นทางใหม่เปิดขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่เส้นทางสู่เหรียญทองโอลิปิก หากคือเส้นทางสู่เวทีในฐานะนักเต้นบัลเลต์คนหนึ่ง
เขาได้พบกับผู้หญิงที่ชื่อ หม่า ลี
:: Hand in Hand ::
หลังจากได้รับชัยชนะในการประกวดที่ HDPF หม่า ลีเดินทางมาสู่ Bejjing ในปี 2002 เพื่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะนักบัลเล่ต์ เธอกับ หลี่ เต๋า คนรักของเธอ ก็ร่วมกันคิดค้นการแสดง "Hand in Hand" ขึ้นในปี 2005 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชีวิตของเธอเอง การแสดงนี้ถ่ายทอดถึงอารมณ์ของผู้ที่ต้องต่อสู้กับความสูญเสีย สะท้อนถึงความสวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบ และการเติมเต็มซึ่งกันและกันด้วยความรัก
"ฉันตามหาคู่เต้นชายมาตลอด และในที่สุด ฉันก็ได้พบกับ ไจ้ เสี่ยวเว่ย"
ในขณะนั้นไจ้เพิ่งเข้ามาร่วมฝึกเป็นนักกีฬาในโครงการ HDPF เขาไม่เคยมีประสบการณ์เต้นรำมาก่อนเลย หากวันหนึ่ง หม่า ลีก็เข้ามาพูดกับเขาในระหว่างที่กำลังฝึกว่า
"เธอชอบเต้นรำรึเปล่า"
คำถามของหม่าทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนทุบด้วยค้อน
"ในตอนนั้นผมคิดแต่ว่า ผมจะไปเต้นได้ยังไงทั้งๆที่มีขาแค่ข้างเดียว" ไจ้เล่าความรู้สึกตอนนั้นให้ฟัง
ด้วยเสื้อผ้าที่ออกแบบมาปกปิดแขนขวาของหม่า ทำให้ตอนนั้นไจ้ไม่รู้ว่าเธอพิการแขนขวา ไจ้ขุ่นเคืองที่เธอถามคำถามอย่างนั้น เลยทำเป็นไม่สนใจคำถามต่อๆมาของเธอ
"เธอชื่ออะไร"
"ขอเบอร์หน่อยได้ไหม"
"บ้านอยู่ที่ไหน"
เขาตอบเธอด้วยความเงียบ
หากหม่าก็ไม่ละความพยายามในการชักจูงเขา เธอทิ้งบัตรชมการแสดงให้เขาเข้าชมในอีก 2 วันให้หลัง
และนี่คือสิ่งที่จุดประกายเขา
"การแสดงของเธอทำให้ผมขนลุกไปแทบทั้งตัว เธอเต้นได้ยอดเยี่ยมเหลือเกินทั้งๆที่มีแขนแค่ข้างเดียวอย่างนั้น" ในที่สุดไจ้ก็เข้าใจว่าทำไมเธอถึงถามคำถามเช่นนั้นกัับเขา
แม้ไจ้จะมีประสบการณ์ในการเต้นรำเท่ากับศูนย์ แต่หม่า ลี ก็ทำให้เขาอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของเธอ
เขาย้ายเข้ามาอยู่ร่วมกับหม่า ลี และคนรักของเธอนานนับปี พวกเธอปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นพี่น้อง ไจ้ เสี่ยวเว่ย รู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นแค่หุ้นส่วนในความฝันของพวกเธอเท่านั้น แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวเดียวกันไปเสียแล้ว
แม้จะมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพิการของพวกเขาเป็นอุปสรรคในการเต้น ไจ้ เสี่ยวเว่ยไม่มีประสบการณ์ใดๆเลย หากหม่า ลี เป็นผู้ที่คาดหวังในความสมบูรณ์แบบ สิ่งที่พวกเขาขาด ต้องแทนที่ด้วยความพยายามที่มากกว่าเดิมเป็นร้อยเป็นพันเท่า
พวกเขาฝึกซ้อมโดยไม่มีวันหยุด เริ่มตั้งแต่แปดโมงเช้าไปจนถึงสองทุ่ม หรือในบางวันก็ยาวเลยจนถึงห้าทุ่ม ความก้าวหน้าค่อยๆเห็นผลได้ทีละนิด แต่มันก็มาพร้อมกับความผิดพลาดด้วยเช่นกัน
"ผมทำเธอหล่นกระแทกพื้นแข็งๆเป็นพันครั้ง" ไจ้ เสี่ยวเว่ย เล่าถึงการฝึกซ้อมให้ฟัง
ไม่เพียงแต่ความยากลำบากในการเอาชนะข้อจำกัดในร่างกายเท่านั้น เมื่อต้นปี 2007 พวกเขาก็เผชิญกับวิกฤตทางการเงิน และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมการประกวด CCTV ซึ่งเป็นเวทีระดับชาติ ในฐานะคู่เต้นผู้พิการคู่แรก
"ทีแรกเรากลัวว่าเขาจะปฏิเสธการสมัครของเราด้วยซ้ำ" หม่ากล่าว "แต่ฉันก็ประหลาดใจมากที่เขาติดต่อกลับมา แล้วก็ดูจะสนใจในตัวเรามาก"
และในที่สุดพวกเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่แสงไฟอย่างแท้จริง ท่ามกลางการเฝ้าดูของสายตานับล้าน การแสดงของหม่า ลี และ ไจ้ เสี่ยวเว่ย ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามของเทคนิคและท่วงท่า หากคือความไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาต่างหากที่เข้าสัมผัสถึงทุกหัวใจ
เขาและเธอทำให้ผู้คนทั้งโลกได้เห็น ความสวยงามของความไม่สมบูรณ์แบบ และการเติมเต็มสิ่งที่ขาดไปด้วยรัก
พวกเขาคือ "ความหวัง" ที่มีขีวิต
:: Source ::
http://www.chinadaily.com.cn/bjweekend/2007-12/21/content_6338410.htm
http://www.cctv.com/english/20070424/101641.shtml
http://forgivenandfree.multiply.com/video/item/13
http://www.getalyric.com/listen/4UuA7qYrzeg/interview_with_ma_li_and_zhai_xiaowei_part_1_3
หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายๆคนได้นะคะ
เอนทรีเกี่ยวดอง
Share this
l
l
l







...

อิฉันว่าพวกเขาต้องได้เป็นส่วนหนึ่งในแรงผลักดันให้คนพิการที่กำลังหมดกำลังใจหันมาลุกขึ้นสู้ได้แน่นอน!!!
#1 By [B]lack_[A]me on 2009-09-11 18:26