[บทความ] วอนรัฐก้มมองพื้นสักประเดี๋ยว 
posted on 25 Sep 2009 01:16 by enamtan in Article
หมายเห็ดด่วน :
ประกาศรับอาสาสมัครช่วยเหลือคนพิการ
ตั้งชื่อราวจะฮาร์ดคอ แต่ร่มเย็นได้เพราะไม่มีดราม่าในเอนทรีนี้ ดิฉันเขียนด้วยใจสงบดีเจ้าเค่อะ
วันก่อน ฝากคำถามสัมภาษณ์ผ่านนอมินี(ไม่ได้ไปเอง แต่ร่วมกันเขียนจ้ะ) เรื่องเกี่ยวกำลังถนนหนทางบ้านเรา
ไปถาม อ.ไตรรัตน์ ที่คณะสถาปัตฯ จุฬาฯ ได้ความรู้เปิดหูเปิดตาสำหรับคนไม่ได้เรียนถาปัตฯอย่างมาก
(แม้คงจะเป็นเรื่องชินหูสำหรับคนเรียนสถาปัตฯก็ตาม)
ดิฉันเืชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง แต่คงไม่ได้เอาบทความที่เขียนมาลง
เพราะอาจจะดูเคร่งเครียดไป เลยขอเขียนเป็นเล่าเรื่องแบบ ขำ...ไม่ค่อยออก แทนละกัน นะเคอะ
หมายเห็ด : เอนทรีนี้ ดิฉันอนุญาตให้ก๊อปส่งต่อ แปะที่อื่น fw mail ยังไงก็ได้ค่ะ จะเครดิตหรือไม่ก็ไ้ด้
เอาตามสะดวก แต่ถ้าใครจะช่วยอัพรูปที่โฮสต์อื่นได้จะดีมาก เพราะถ้าโฮสต์ล่ม รูปไม่ขึ้นคงไม่เวิร์ค
วันอังคาร 22 กันยา ที่ผ่านมานี่ ถ้าใครได้ดูข่าว อาจพอได้ยินเรื่องคนพิการฟ้องร้อง BTS เรื่องลิฟท์กันมาบ้าง
ดิฉันไม่สปอยนะคะ ไปหาอ่านกันเอาเอง เผื่อจะระทึก (หรือไม่ระทึก เพราะผลออกมาไงก็เดาได้กันอยู่)
ฟ้องไม่ฟ้อง คนพิการนั้นเกี่ยวกับเรื่องพื้นอย่างไร อ่านๆไปเดี๋ยวได้เห็นกัน
ดังนั้นเดี๊ยนขอเริ่มประเด็นล่ะนะ
credit รูป : ส่วนใหญ่ได้มาจาก อ.ไตรรัตน์ค่ะ
...
เคยก้มสังเกตพื้นกันบ้างไหม?
ไม่ได้ถามเพื่อจะวัดอะไร...ดิฉันเองก็ไม่เคยรู้จนได้มาทำงานนี้นี่แหละ
เชื่อว่าอาจพอคุ้นหน้าคุ้นตากระเบื้องลักษณะอย่างข้างบนนี้กันบ้าง
โดยเฉพาะแบบจุดๆ ที่เห็นตามสถานีรถไฟฟ้า
มีชื่อเรียกเป็นศัพท์เทคนิคว่า "เบรลล์บล๊อก" เพราะมีลักษณะเป็นจุดๆคล้ายอักษรเบรลล์
ความหมายของมันนั้น ก็เป็นไปตามคำบรรยายใต้ภาพนะคะ
- แบบเส้นตรงคือให้ตรงไป
- แบบจุดๆคือให้หยุด
สำหรับคนสายตาดีอาจไม่มีความหมายเท่าไหร่ แต่สำหรับคนตาบอดนั้นมีความสำคัญมากทีเดียว
แม่นแล้ว กระเบื้องแบบนี้เอาไว้ปูเพื่อนำทาง และอำนวยความสะดวกให้เดินได้อย่างปลอดภัย ไม่ออกนอกเส้นทาง
จุดประสงค์ของมันก็แบบนี้ล่ะนะเคอะ...แต่ลองมาดูใช้จริงในไทย มันได้ตามนั้นรึเปล่าหว่า
ขอยกตัวอย่างความ...ตึ่งโป๊ะ จากจังหวัดไม่ใกล้ ไม่ไกล กรุงฯ
ทุกเส้นทางมุ่งสู่เสา
บริการพิเศษจาก TOT
บริการประปานครหลวง...เข้าถึงทุกคน
อันนี้กะเอาตายเลยใช่ม้ายยยย =[]=!!!!



ไอ้ถนนนี่ไม่ใช่เตี้ยๆ เกิดคนตาบอดไม่ทันระวังแล้วสะดุดนี่ พี่จะตอบครอบครัวเขา่ว่าไงคะ
...วอนรัฐก้มมองพื้นกันบ้างนะค้าาาา
ดูๆรูป บางคนอาจจะเอ๊ะ คุ้นๆแถวบ้านตะรูใช่มั้ย บางคนยังมิชัวร์ว่ามันที่ไหนหว่า
เรามีเฉลย แนบมาพร้อมตัวอย่างตึ่งโป๊ะอีกที่หนึ่ง
ชน - บุ - รี สมคำอ่านกันมั้ยละค้า

หมายเห็ด : มิได้เจาะจงจะว่าเฉพาะเมืองชลแต่ประการใด แต่เป็นเพราะรูปตัวอย่างมีแค่จากที่นี่เท่านั้นหนอ
นอกจากเรื่องทางเดินคนตาบอด แล้ว ยังมีพื้น ตึ่งโป๊ะ แบบอื่นๆอีก
ตะแกรงสูบล้อ
เห็นตะแกรงปิดฝาท่อหลายอันในกรุงชำรุดบิดเบี้ยว คนทั่วไปยังเสียงทำขาร่วงได้ง่ายๆ
นอกจากนั้น โปรดวางตะแกรงให้ซีตะแกรงนั้นตั้งฉากกับแนวที่คนจะเดินด้วยจะเป็นการดี
นึกง่ายๆ ตามภาพ คือก้มมองแล้วเห็นตะแกรงวางขนานกับเส้นทางเดิน...แนวเดียวกับภาพด้านบนนี่แหละ
มีจักรยานขี่ผ่านมาทำไงเคอะ
(รถเข็นผู้พิการก็ล้อตกเช่นกัน)
มิมีรูปหลักฐาน แต่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่า ตามเส้นทางจักรยานเนี่ย วางตะแกรงแบบนี้กันทั้งน้าน...
ก็ไม่ได้จะเรียกร้องอะไรมากหรอกนะคะ
แค่พลิกตะแกรง 90 องศา ก็เชื่อว่าชาวประชาจะแฮปปี้ขึ้น
(รวมทั้งปลดตะแกรงหงำเหงือกฟันหลุดออกไปด้วยเถอะ อันตรายค่ะ)
พื้นเป็นหลุมบ่อ มิมีทางลาด
(ทางแคบไป มีของวางเกะกะ ร้านขายของยึดที่เต็มทางเท้า)
อันนี้เรื่องปวดหัวของผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ค่ะ หลุมบ่อถ้ามีมากๆ รถเอียงล้มก็อันตราย
ไม่มีทางลาดให้ขึ้นฟุตบาทนี่ก็ช้ำใจนัก ทำให้ไปไหนคนเดียวไม่ได้ต้องมีคนคอยช่วยเข็น
หลายท่านก็บอกว่า จริงๆก็เชื่อว่าถ้าขอให้ช่วย...คนไทยก็มีน้ำใจช่วยกันอยู่แล้ว
แต่บางอย่าง พี่ๆเขาก็อยากขอน้ำใจจากภาครัฐกันบ้างนะจ๊ะ
(เดี๋ยวนี้เขาก็มีกฏหมายรับรองแล้วหนอ ก็ได้โปรดทยอยทำกันไป)
และขอเบรกสักประเดี๋ยว ที่จะให้ก้มมองพื้นนี่ ใช่สักแต่จะหาเรื่องมาติอย่างเดียว
เรื่องชมก็มี้
งานนี้ ต้องขอปรบมือให้ ท่านผู้ประกอบการทั้งหลายซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเส้นนี้ ผู้ช่วยลงขันกันปรับปรุง รวมทั้งคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่แล้วของเรานะค้า (รวมทั้งท่านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง)
ภาพที่เห็นด้านบนคือ ถนนราชดำริ ที่มีการพลิกปรับปรุง เส้นทางให้คนพิการ และจักรยานใช้ได้
มีการปลูกต้นไม้เป็นแนว ปูกระเบื้องไม่มั่วซั่ว และก็มีทางลาดแบบใช้ได้จริง
สวยงามเป็นระเบียบ แลดูปลอดภัยชิมิคะ
ขอเพียงแค่ พี่ๆแมงกะไซค์ทั้งหลาย
อย่าปีนทางลาดที่เขาทำไว้เพื่อคนพิการ คนแก่ มาซิ่งบนทางเท้าก็พอเค่อะ
สองรูปนี้ อยากวอนให้ภาครัฐก้มดู...เพื่อจะบอกว่า ชอบค่ะ ทำดีแล้วค่ะ
ขออีกนะคะ
++++++++++++++++++++++
ต่อจากนี้ จะเป็น Q&A ถึงอาจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นะเคอะ
ขอบพระคุณเพื่อนนอมินี มากๆ ทำให้ดิฉันประหยัดแรง ก๊อปแปะอย่างเดียว มิต้องอะไรอีก โฮะๆ
- อาจารย์คิดมีความคิดเห็นอย่างไรกับถนนหนทางในทุกวันนี้ โดยเฉพาะในแง่การอำนวยความสะดวกกับผู้พิการ
- คิดว่าถนนหนทางในปัจจุบันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเอื้ออำนวยความสะดวกได้อย่างทั่วถึง
- ยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะอาจารย์
- เท่าที่ดูรายละเอียดในโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ ที่บอกว่าจะปรับปรุง 4 อย่าง คือ
- ห้องน้ำ
- ทางลาด
- ที่จอดรถ
- ลิฟต์
แต่ในความจริงนั้น ถ้าพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการจะต้องพิจารณา 9 อย่างด้วยกัน ได้แก่
- ป้าย
- ทางลาด
- บันได
- ที่จอดรถ
- ทางเดินที่เกี่ยวกับอาคาร
- ประตู
- ห้องส้วม
- พื้นผิวต่างสัมผัส
- หอประชุม
โดยที่อาคารทุกแห่งต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้สอดคล้องกับกฎ กระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพและคนชรา พ.ศ.2548
- มีสถานที่ไหนบ้างที่อาจารย์มองว่า มีการอำนวยความสะดวกที่ดีให้กับผู้พิการบ้างคะ
- จากที่เคยทำงานวิจัยสำรวจอาคารสถานที่สาธารณะที่เป็นมิตรสำหรับผู้พิการ โดยศึกษาทั้งภายในและภายนอกอาคาร พบว่าสถานที่หลายแห่งในกรุงเทพมหานครอำนวยความสะดวกได้ดี
เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน มีลิฟต์บริการในทุกสถานี รวมถึงห้างสรรพสินค้าหลายห้าง ไม่ว่าจะเป็นคาร์ฟูร์ โลตัส ท็อปส์ มีเซนเซอร์ที่ประตูเข้า-ออก และมีห้องส้วมสำหรับคนพิการอีกด้วย
แต่ในขณะที่สถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น ไปรษณีย์ โรงพยาบาล ตลาดสด กลับมีคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ทางลาดชันเกินไป พื้นลื่นมากเกินไป พื้นมีของวางเกะกะ เป็นต้น
รวมถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ทั่วถึง โดยที่มีลิฟต์และทางลาดขึ้นแค่เพียง 5 สถานี จากทั้งหมด 24 สถานี สรุปได้ว่ามีไม่ครบตาม 9 หมวดดัวที่ได้กล่าวมา
พักสายตาจากการอ่าน ไปดูเมืองนอกกันซักนี้ดนึง
ไม่ใกล้ไม่ไกล เมืองจีนนี่เองเค่อะ รูปได้มาจาก อ.ไตรรัตน์ อีกเช่นเคย
เส้นทางจักรยานเขาใช้ได้จริง รวมทั้งเส้นทางสำหรับคนพิการด้วย
ซูมให้เห็นการวางเบรลล์บลอค(กระเบื้องนำทางคนตาบอด) ว่าเขาทำยังไง เวลาสุดทางเดิน
หลายคนสงสัยเหมือนสีฯรึเปล่าคะ...แนวๆว่า ทำไมบ้านเราถึงทำไม่ได้อย่างเขาบ้างว้า
เพื่อความเป็นธรรมกับภาครัฐด้วย อ.ไตรรัตน์มีคำตอบให้
- เพราะประชากรผู้พิการของไทยมีน้อย ปัจจุบันทั่วประเทศมีคนพิการอยู่ประมาณร้อยละ 1 ขณะที่ต่างประเทศมีจำนวนประชากรผู้พิการมีถึงร้อยละ 10 โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียหรือญี่ปุ่น มีอัตราส่วนคนพิการมากกว่าคนปกติ เพราะฉะนั้นคนปกติต้องปรับตัวเข้าหาคนกลุ่มนี้ อีกทั้งในประเทศใหญ่ๆ อย่างอเมริกากับเยอรมัน เป็นประเทศที่ผ่านสงครามโลกมาแล้ว ก็เลยมีคนพิการจากสงครามเป็นจำนวนมาก
- ถ้าอย่างนั้น ไทยเราจะมีแนวทางปรับปรุงอย่างไรดีล่ะคะ
- ถึงจะเป็นคนส่วนน้อย ก็ใช่ว่าเราจะไม่ต้องนึกถึง ควรทำในส่วนที่เราทยอยทำได้
อย่างเช่น เราเสียงบปรับปรุงทางเท้าทุกปี ก็ควรทยอยทำให้ถูกต้องกันเสียเลย ทั้งเรื่องทางเดินคนตาบอด ทางลาด ตอนนี้ก็มีกฏหมายออกมาแล้ว ถ้าทำไม่ถูกต้องก็ต้องเสียงบประชาชนมาแก้ไขกันอีก ซึ่งไม่ควรเป็นอย่างนั้น
หัวใจสำคัญ คือต้องทำให้ครบวงจร และคำนึงถึงพื้นที่ต่อเนื่องให้มากขึ้น เช่น จะไปสถานีอนามัย เมื่ออกจากบ้านมาก็ต้องเจอถนน เจอฟุตบาท เจอป้ายรถเมล์ เจอระบบขนส่งมวลชนย่อย อย่างสองแถวหรือมอเตอร์ไซด์ จากนั้นถึงค่อยขึ้นบีทีเอส และไปถึงสถานีอนามัย กว่าจะไปถึงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกระหว่างทางเดินด้วย ไม่ใช่ทำในเฉพาะอาคารเพียงอย่างเดียว
- อาจารย์มีความเห็นอย่างไรกับการปรับปรุงเส้นทางที่ กทม. เคยทำมา และโครงการใหม่ที่กำลังจะทำบ้างคะ
- สำหรับเส้นทางราชดำริที่เคยทำมา เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ยังไม่ครบวงจร คนพิการไม่ได้เดินทางแค่เส้นราชดำริเส้นเดียว
ส่วนโยบายใหม่ ของ กทม. ที่กำลังจะปรับปรุงนั้น เห็นเน้นไปที่เรื่องเพิ่มลิฟท์บน BTS เสียมาก อยากให้มองไปที่ "การเดินทางไปถึง BTS" มากกว่า
นั่นก็กลับมาเรื่องเดิมคือเรื่องถนน ทางเท้า ถ้าเราแก้ไขกันไม่ครบวงจร ปัญหามันก็จะยังมีอยู่เหมือนเดิม คือ คนพิการออกมาข้างนอกไม่สะดวก เราก็ไม่เห็น เวลาเรียกร้อง ก็จะมีคนบอกว่า ไม่เห็นผู้พิการออกมาใช้
- อยากขอให้อาจารย์ ฝากถึงทั้งผู้พิการ ภาครัฐ แล้วก็ประชาชนทั่วไป หน่อยค่ะ
- สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหล่านี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้พิการอย่างเดียว ยังสามารถให้ผู้อื่นใช้การได้อีกด้วย เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก สครีมีครรภ์ ผู้ป่วย จึงทำให้เกิดคำใหม่ว่า Universal Design หรือ Design for all
ซึ่งถ้าสามารถทำได้อย่างครบวงจร ก็จะเป็นผลดีต่อคนทุกคน ทุกประเภท สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีความพิการ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์เมื่อเราต้องเป็นผู้สูงอายุ สักวันหนึ่งคุณอาจจำเป็นต้องหวังพึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้นก็ได้
"หัวใจสำคัญคือต้องทำให้ครบวงจร และเ้ข้าถึงผู้ใช้ทุกกลุ่มได้มากที่สุด"
หลังจากอ่านเอนทรีนี้จบแล้ว ดิฉันเชื่อว่า หลายท่านคงเข้าใจผู้พิการมากขึ้น ว่าทำไมเขาถึงออกมาเรียกร้อง ทำไมเขาถึงอยากให้คนในสังคมเห็นว่าคนพิการยังมีตัวตน และความยากลำบาก(เพียงส่วนหนึ่ง)ของพวกเขาคืออะไร
คนพิการอาจเป็นคนส่วนน้อยในสังคม แต่การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้นั้น ไม่ได้มีผลดีเฉพาะผู้พิการเพียงอย่างเีดียว หากเรานับรวมทั้งคนแก่ คนท้อง และเด็ก การปรับปรุงถนนหนทางให้ดี ผู้ได้รับประโยชน์ก็คือคนในสังคมทุกคนนั่นเอง
จขบ ก็คงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านำเรื่องมาเล่าให้ฟัง แต่ถ้าใครที่ได้อ่านบลอคนี้แล้วมีความเข้าใจมากขึ้น รวมทั้งสามารถคอยระวังและช่วยเหลือคนพิการได้มากขึ้น ก็ถือว่า จขบ ประสบความสำเร็จในการเขียนเอนทรีนี้แล้ว โฮะๆ
เริ่มต้นด้วยนางร้าย ขอจบแบบเป็นนางเอก เสียหน่อย ละกันนะ
...เพียงแต่ หวังว่า จขบ จะไม่โดนสูบไปเสียก่อน เนื่องด้วยรูปบนๆหรอกนะเคอะ กร้ากกกก
ไม่ขอข้าวผัดปู แต่ขอปูอัดกะวาซาบิมาเยี่ยมแทนละกันนะ
(ของแพงอีก)
เอนทรีเกี่ยวดอง
l
l
l







ชอบช่วงสุดท้าย "สำหรับทุกคน"

"
เยี่ยมครับ
จริง ๆ ด้วยค่ะ สมควรปรับปรุงได้แล้วเนอะๆ
#1 By อินี่มันรั่ว อินี่มั่นบ้า on 2009-09-25 09:17