เมื่อวันก่อน เพื่อนที่ทำงานส่งข่าวต่างประเทศมาให้ข่าวหนึ่ง เป็นเคสที่น่าสะเทือนใจมาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดในสังคมอินเทอร์เน็ตบ้านเราด้วย เลยทำบทสัมภาษณ์สั้นๆ จากจิตแพทย์มาให้อ่านกันค่ะ
 
 
 
 
ข่าวนี้เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของผู้หญิงชาวอังกฤษคนนึง เธอมีภาวะซึมเศร้าอยู่ก่อนแล้ว คืนวันเกิดเหตุ(ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส) ก่อนจะฆ่าตัวตายเธอก็เขียนข้อความไว้ในเฟซบุคว่า
 
"ฉันกินยาไปหมดแล้ว อีกเดี๋ยวก็ตายแล้วล่ะ บ๊ายบาย"
 
 
แล้วด้านล่างนี้คือคำตอบที่มีต่อคำลาตายของเธอ
 
 

คืนวันคริสต์มาส 22.53 น.ซิโมเน่ แบ็ก เขียนลงในสเตตัสว่า  "ฉันกินยาไปหมดแล้ว อีกเดี๋ยวก็ตายแล้วล่ะ บ๊ายบาย"

23.01 น."เพื่อน" A เขียนว่า "โกหกแหงๆ ยัยนี่ก็พี้ยาเป็นประจำอยู่แล้ว"

23.02 น.เพื่อน B เขียนโต้ตอบอย่างโกรธเคืองว่า "ฉันหวังว่าซิโมเน่จะโกหกนะ ไม่งั้นพรุ่งนี้หล่อนต้องได้รู้สึกผิดแน่"

วันแกะกล่องของขวัญ (Boxing day) 12.09 น.เพื่อน C เขียนว่า "นี่พวกเธอไม่เห็นตรงที่ซิโมเน่เขียนว่า 'กินยาลงไปแล้ว' แล้วก็ที่บอกว่า 'บ๊ายบาย' เลยเหรอ? มีใครไปดูหรือแจ้งตำรวจแล้วรึยัง? นี่พวกเธอเป็นอะไรกันเนี่ย?? ข่าวลืองี่เง่าพวกนั้นมีค่ากว่าชีวิตซิโมเน่งั้นเหรอ??"

12.56 น."เพื่อน" A ตอกกลับว่า "ยัยนี่เค้าซัดยายังงี้ตลอดแหละ" และอีก 14 นาทีถัดมา "เธอไม่ใช่เด็กแล้วซักหน่อย"

13.56 น.เพื่อนที่แสดงอาการเป็นห่วงกล่าวว่า "ถ้าใครคนนึงในพวกเธอจะเรียกตัวเองว่าเพื่อนจริงๆ ล่ะก็ โทรไปถามเค้าซะนะว่าเค้ายังโอเครึเปล่า ฉันล่ะดีใจจริงๆ ที่ไม่ได้รู้จักเป็นเพื่อนกับพวกเธอ พวกไร้น้ำใจ"

00.01 น.ผู้ใช้งานเฟซบุคอีกคนเข้ามาแสดงความเห็นว่า "เธอมีทางเลือก การกินยาตายเพราะปัญหาความสัมพันธ์เนี่ยมันไม่ใช่เรื่องเลย"

12.01 น."เพื่อน C" กลับมาแสดงความเห็นว่า"ฉันไม่มีวันปฏิบัติต่อมนุษย์คนอื่นอย่างที่พวกเธอกำลังทำกับซิโมเน่แน่ๆ มีคนๆ นึงกำลังสิ้นหลังและต้องการความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ชั้นเห็นก็มีแต่คนคอยซ้ำเติม"

 

เมื่อเวลา 16 นาฬิกานางแลงกริดจ์ มารดาของแบ็กเข้ามาเขียนข้อความในเฟซบุคของลูกสาวว่า "ลูกสาวของฉันเสียชีวิตแล้ว อย่ามายุ่งกับเธออีกเลย"

 

ไม่มีใครตอบข้อความของแลงกริดจ์ และเพจของแบ็กก็ถูกปิดลงในเวลาถัดมา โดยก่อนที่เพจจะถูกปิดนั้น ไม่มีใครเข้ามาแสดงความเสียใจหรือขอโทษในสิ่งที่กล่าวหาเธอเลย

 

ตัดตอนมาจากข่าวใน telegraph ที่เราแปลไว้
ใครที่อยากอ่านฉบับเต็มก็คลิกอ่านได้
 
 
 
เนื่องจากเพจถูกลบไปแล้ว เราก็ไม่รู้น่ะนะว่าที่จริงบรรยากาศการพูดคุยในนั้นมันเป็นยังไง ข้อความที่ถูกเลือกตัดมามันอาจเอามาเรียงกันแล้วดูแย่ แต่ความเป็นจริงก็ยังอยู่ที่ว่า คน 1082 ที่เป็น "เพื่อน" ในเฟซบุคของซิโมเน่(ผู้ตาย) ไม่มีใครโทรไปถามไถ่ หรือไปเช็คดูเลยว่าเธอเป็นอะไรรึเปล่า ทั้งๆ ที่หนึ่งในพันคนนั้นมีคนที่บ้านอยู่ในระยะเดินไปถึงห้องของซิโมเน่ได้
 
 
คุณหมอชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช ให้คำอธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้ดังนี้ค่ะ
 
 
  • ทำไมหลายคนถึงไม่เชื่อ
 
มันเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการขาด awareness ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการฆ่าตัวตาย คือคนส่วนมากมักคิดว่า คนที่บอกว่าตัวเองอยากตาย อยากฆ่าตัวตายเนี่ย มักจะไม่ทำจริงหรอก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ณ จุดๆ หนึ่ง คนที่คิดฆ่าตัวตายอาจจะบอกคนอื่นว่าเขาจะฆ่าตัวตาย จะส่งสัญญาญของความช่วยเหลือออกมา (คนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ 70% มีการส่งสัญญาณออกมาก่อน)
 
 
  • การที่เรื่องนี้เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต มีส่วนทำให้ผลออกมาเป็นแบบนี้ไหม

มีผลครับ คือคนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าเป็นเรื่องจริงไหม เพราะมีข่าวการหลอกลวงในอินเตอร์เน็ตออกมาบ่อยๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นการเฟค ตัดต่อ นี่คือปฏิกริยาแรกต่อคนทั่วไป คือถ้าเป็นการบอกกันตัวต่อตัว คนก็น่าจะมีปฎิกริยาตอบกลับที่ดีกว่านี้

แต่ในบางครั้ง ขนาดบอกเพื่อนสนิทว่า เฮ้ย วันนี้ชั้นจะเจอแกเป็นวันสุดท้ายแล้วนะ เพื่อนก็อาจจะยังไม่รู้ ไม่ได้่ช่วย หรืออยากช่วยแต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง

 

  • ข้อมูลในข่าวบอกว่าผู้ตายมีอาการซึมเศร้า จุดนี้เป็นสาเหตรึเปล่า

ใช่ครับ ร้อยละ 70 ของคนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จจะมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วย ซึ่งบ้านเราก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในโรคนี้เช่นกัน อย่าว่าแต่คนทั่วไปเลยครับ บุคลากรทางการแพทย์เองก็ขาดความรู้ด้านนี้ ในจังหวัดที่มีสถิติคนฆ่าตัวตาย แต่เมื่อตรวจสอบจำนวนคนเป็นโรคซึมเศร้าแล้วกลับไม่มีเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ปัญหาส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการขาดแคลนจิตแพทย์ด้วย

 

  • แล้วถ้ามีคนมาบอกกับเราว่าอยากตาย หรือเห็นใครโพสต์ข้อความว่าอยากตายในอินเทอร์เน็ต ควรทำยังไง

ก็ขึ้นอยู่กับความใกล้ชิด คือถ้าเราพอจะมีสนิทกับเขาอยู่บ้าง ก็ควรถามไถ่ เป็นยังไงมายังไง คิดอะไรเหรอ เครียดอะไร ใช้คำถามกระตุ้นให้เขาพูดออกมา อาจจะถามว่าคิดวางแผนไว้ยังไง เพื่อที่เราจะได้กำจัดสิ่งที่เป็นความเสี่ยงที่เขาจะทำตามที่คิด เช่นอย่าให้ไปอยู่ที่สูงๆ หรืออยู่ใกล้ของมีคม

 

นอกจากนั้น ยังสามารถโทรหาสายด่วนสุขภาพจิตได้ที่ 1667  เราไม่จำเป็นต้องมีปัญหาเองก็โทรได้ เขาจะให้คำปรึกษาว่าเราควรทำยังไง มีวิธีการช่วยเหลือคนที่มีปัญหาอย่างไร

 

  • มีอะไรที่ไม่ควรทำบ้างไหม

อย่าไปยั่วยุ ว่าโอ๊ย ไม่ทำจริงหรอก โง่อย่างนี้ตายๆ ไปซะ เพราะมันอาจไปจุดชนวนได้

 

 

 

เราก็เห็นอยู่บ่อยๆ ว่ามีคนไม่น้อยที่ด่าคนคิดฆ่าตัวตายว่าโง่ มีคนที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะทำไมคิดสั้น ... จริงๆ แล้วความรู้สึกอยากตายก็นับว่าเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่ง คนปกติไม่มีใครหรอกที่อยู่ดีๆ จะอยากตายขึ้นมา คนเราเดี๋ยวนี้ซึมเศร้ากันมากขึ้นด้วย ทั้งแบบที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว จุดนี้เรากล้าพูดค่ะ เพราะก็เคยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่รู้ตัวน่ะแหละ

 

 

เทคโนโลยีเดี๋ยวก้าวไปไกลมาก คนเรา "รู้จัก" กันมากขึ้น แต่เรากลับ "รู้ใจ"  "เข้าใจ" และ "เห็นใจ" กันน้อยลงหรือเปล่า

 

 

"คิดถึง" "เป็นห่วงนะ" "สบายดีมั้ย" เราได้พูดคำเหล่านี้กับคนรอบๆ ตัวเราบ้างหรือยัง

 

เพราะบางครั้ง คำสั้นๆ พวกนี้ไม่ได้แค่สร้างความรู้สึกดีๆ ให้กันเท่านั้นหรอกค่ะ

 

 

 

มันอาจเป็นคำที่ช่วยรั้งชีิวิตใครบางคนไว้ก็ได้

 

 

แนะนำเพิ่มเติม

Comment